Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 ร้านอาหารบ้านใจรัก ได้ฤกษ์งามยามดี ย้ายที่ทำการใหม่  เนื่องร้านเดิมสถานที่คับแคบ ที่จอดรถไม่สะดวก ที่ทำการใหม่ ไม่ห่างไกลจากร้านเดิมเท่าไร ร้านใหม่ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี ขาออกไปจังหวัดนครปฐม ห่างจากโรงพยาบาลธนบุรี 2 ไปประมาณ 300 เมตร สถานที่แห่งใหม่กว้างขวาง ที่จอดรถสะดวก และการเดินทางก็สะดวกกว่าด้วย

map-1

ร้านอาหารบ้านใจรัก คุณคมกฤษ ศรีมงคล เจ้าของร้าน ตกแต่งร้านแบบย้อนยุค สมัยรุ่นคุณปู่ คุณย่า ทั้งสีสัน และเฟอร์นิเจอร์ หน้าต่างแขวนม่านบังตา เป็นผ้าฉลุสีขาวลายรูปนก และผี้เสื้อ มุมห้องด้านหนึ่งจัดเป็นตู้หนังสือ โต๊ะทำงานแบบเก่า เครื่องพิมพ์ดีดโบราณและลูกคิด เคาร์เตอร์เป็นตู้ทองโบราณ ทั้งหมดเหมือนให้ลูกค้าที่พาเด็ก ๆ เข้ามารับประทานอาหารได้เล่าเรื่องราวของบ้านและที่ทำงานในสมัยอดีตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ รูปภาพที่ติดผนัง รอบๆ ห้องเป็นภาพวาดพ่อหลวงของเรา ที่ประชาชนคนไทยทุกคนเคารพและเทิดทูนไว้เหนือเกล้า

โต๊ะอาหารที่ร้านใหม่นี้ ใช้โต๊ะและม้านั่งยาว เหมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียน สมัยเด็ก ๆ  บ้างก็บอกว่าเหมือนนั่งที่สถานีรถไฟ ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป

IMG_1126

d1 DSC03901 DSC03911 DSC03932

สิ่งที่ยังคงอยู่คือเปียนโน ที่มีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงหวานๆ ทุกคืนวันศุกร์และวันเสาร์

สำหรับอาหารยังคงอร่อยเหมือนเดิม วัตถุดิบอย่างดี ปรุงอาหารด้วยใจรัก ทุกจานจัดวางด้วยความตั้งใจ แต่ราคาเหมือนปรุงเองที่บ้าน

อาหารแนะนำของที่ร้านอาหารบ้านใจรัก คือ สลัดกุ้งกรอบ เป็นสลัดผลไม้ที่จัดบนรังนกเผือก ที่ใหม่กรอบอร่อย ไม่เหนียวหรือแข็งเหมือนบางร้าน พล่าหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ รสชาติกลมกล่อม หัวปลาจีนต้มเผือก ไม่เลี่ยนไม่คาว เผือกเป็นเผือกอย่างดี อร่อยมาก ปลาแรดบ้านใจรัก เมนูนี้จัดให้รับประทานกับใบชะพลู เหมือนเมี่ยงที่มีปลาแรดทอดกับเครื่องเคียง ไก่อบภูเขาไฟ เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด หมี่กรอบโบราณ ก็อร่อย โรตีขนมจีนเขียวหวานปู อย่าลืม ราดหน้าเย็นตาโฟ จานสุดท้ายของอาหารคาว ส่วนของหวาน ต้องสั่งขนมปังสังขยา หลาย ๆคนบอกอิ่มแล้ว แต่จัดมาทีไรก็หมดค่ะ เพราะขนมปังนุ่มมาก และสังขยาหอม ไม่หวานจัด หรือเต้าฮวยฟรุตสลัด หรืออาจเป็น ขนมปังน้ำแดง แล้วแต่ชอบ

ban2 copy

ถ้าจะไปลองชิมอาหารที่ร้านอาหารบ้านใจรัก อย่าลืมจองโต๊ะก่อนนะคะ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-782-5588 เพราะลูกค้าเยอะมากค่ะ

เที่ยวแม่สะเรียงกันเถอะ

แม่สะเรียงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ชาวต่างต่างชาตินิยมพาครอบครัวมาพักผ่อน เพราะที่นี่เงียบสงบ และยังคงมีวิถีของชาวบ้านหลงเหลืออยู่ คนไทยมาเที่ยวน้อย ส่วนใหญ่เป็นแค่ทางผ่าน หรือพักค้างแรมเพื่อเดินทางไป ยังสถานที่แห่งอื่น แต่โดยส่วนตัวแล้วกลับรู้สึกประทับใจความเป็นแม่สะเรียง ถ้าจะให้เปรียบเทียบคงคล้าย ๆ กับเชียงคานในอดีต (ไม่ใช่แบบปัจจุบัน ที่มีการปรุงแต่งจนรู้สึกว่าไม่ใช่อย่างที่เคยเป็น)

ที่พักมีเยอะพอสมควรเท่าที่มองเห็น จะอยู่บนถนนเส้นเดียวกันเรียงรายกันไป ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่ก็มีคนไทยบ้าง ไม่มากนัก ที่พักราคาพอประมาณไม่แพงนัก ส่วนใหญ่ให้บริการ WIFI ด้วยแต่สัญญาณอาจไม่ดีเท่าที่ควร

res2

ร้านอาหารในเมืองที่ไม่ควรพลาดต้องเป็นร้านอาหารอินทิรา 170/1 ถนนเวียงใหม่ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง โทรศัพท์ 053681529 โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอาหารประเภทปลา ปลาที่ร้านอินทิราเป็นปลาแม่น้ำสาละวิน สดอร่อย เช่น ปลาคัง ปลาคม ทั้งทอด ผัดฉ่า หรือต้มยำน้ำใส ก็อร่อยทุกจาน ผัดถั่วหวาน หวานสมชื่อเพราะถั่วสดมาก อยากรับประทานอาหารที่ร้านนี้ต้องไปเร็วหน่อย เพราะครัวปิดเร็ว สองทุ่มครึ่งก็หยุดบริการแล้ว

ร้านอาหารอินทิรา

ร้านอาหารอินทิรา

fd2

สถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอแม่สะเรียง ส่วนใหญ่เป็นวัด เริ่มต้นจากในเมือง คือ วัดศรีบุญเรือง วัดจองสูงที่หลังวัดอยู่ติดกัน แบบเดินทะลุถึงกันได้

วัดอุทธยารมณ์ (วัดจองสูง)

วัดอุทธยารมณ์ (วัดจองสูง)

วัดศรีบุญเรือง

วัดศรีบุญเรือง

นอกจากนี้ยังมีวัดพระธาตุสี่จอม ได้แก่ วัดพระธาตุจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมทอง วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธาตุจอมมอญ เป็นวัดที่สร้างไว้บนดอย หรือเขา ทั้งสี่ทิศของแม่สะเรียง เพื่อปกป้องคุ้มครองชาวแม่สะเรียง

วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอแม่สะเรียง ตรงทางเข้าเมืองอำเภอแม่สะเรียง ใกล้กับ พิพิธภัณฑ์อำเภอแม่สะเรียง อยู่ใกล้ตัวอำเภอแม่สะเรียงมากที่สุด

วัดพระธาตุจอมแจ้ง

วัดพระธาตุจอมแจ้ง

วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดพระธาตุจอมแจ้ง วัดนี้มีพระพุทธรูปหลวงพ่อโต พระพุทธมณี มิ่งมงคล

วัดพระธาตุจอมทอง

วัดพระธาตุจอมทอง

วัดพระธาตุจอมกิตติ  สร้างเมื่อปี 2256 เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ชาวบ้านศรัทธา และสักการะบุชา ลักษณะสถูปแบบล้านนา วัดพระธาตุจอมกิติ ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สะเรียง 2 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายแม่สะเรียง-แม่สามแลบ แยกซ้ายจากสะพานข้ามแม่น้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทางลูกรังขึ้นภูเขา จุดเด่นของวัดอยู่บนจุดที่สามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอแม่สะเรียงได้

วัดพระธาตุจอมกิตติ

วัดพระธาตุจอมกิตติ

วัดพระธาตุจอมมอญ เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง มีลักษณะ สถาปัตยกรรมเป็นเจดีย์แบบล้านนาเก่าแก่ ซึ่งกำลังมีการบูรณะ นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้มีชมพระธาตุองค์เดิมก่อนที่จะสร้างองค์ใหม่ครอบ ซึ่งจะเสร็จในอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้า

วัดพระธาตุจอมมอญ

วัดพระธาตุจอมมอญ

วัดและพระพุทธรูปที่อำเภอแม่สะเรียง ส่วนใหญ่มีสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ พระพุทธรูปสวยงามแบบมัณทะเลย์  แถมเช้า ๆ ออกมาใส่บาตร พระท่านยังสวดให้พรเป็นภาษาพม่า ที่น่าเสียดายคือ วัดพระธาตุหลายองค์ แลดูทรุดโทรม และร้างๆ ผู้คน วันที่พวกเราขึ้นไปสักการะวัดพระธาตุแต่ละองค์ ก็ไม่เห็นนักท่องเที่ยวเลย

เช้า ๆ ที่อำเภอแม่สะเรียง จะเห็นพระเดินบิณฑบาตร นักท่องเที่ยวไทยก็ถือโอกาสใส่บาตรยามเช้าเพื่อเป็นสิริมงคล แล้วแวะหาของอร่อยรับประทานที่ตลาดเช้า ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่อื่น

อำเภอแม่สะเรียง

อำเภอแม่สะเรียง

2014 in review

The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2014 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

A San Francisco cable car holds 60 people. This blog was viewed about 420 times in 2014. If it were a cable car, it would take about 7 trips to carry that many people.

Click here to see the complete report.

เกาะกูด

ต้นเดือนที่แล้ว ดิฉํนได้ไปสัมมนาที่เกาะกูดกับที่ทำงาน ก่อนเดินทางทุกคนตื่นเต้นที่จะได้ไปดำน้ำ ดูประการัง เที่ยวน้ำตก ที่พักก็ชื่อดี เกาะกูดคาบาน่า ด้วยความที่ดิฉันเดินทางบ่อย จึงกังวลเรื่องเรือที่จะใช้ข้ามฟากไปเกาะ ผู้จัดก็ได้สอบถามไปยังรีสอร์ท ซึ่งก็ยืนยันว่าปลอดภัยเพราะใช้สปีดโบ้ทลำใหญ่ ขนาดเรือยอร์จ 2 ลำ พวกเราไปกันแค่ 70 คน แต่เรือจุได้ลำละ 45 คน ปลอดภัยแน่นอน วันเดินทางมาถึง เราก็พบว่าเรือที่มารับค่อนข้างเก่า ลำไม่ใหญ่อย่างที่คิด แล้วยังจัดให้เราลงเรือกันแน่น จนส่วนหนึ่งต้องยืนไป ใต้ที่นั่งก็เอาอาหาร และ สัมภาระของพวกเราใส่ซะเต็มไปหมด พอออกเรือไปได้หน่อย เรือก็มีปัญหา จอดนิ่งอยู่กลางทะเลพักใหญ่ ดิฉันเริ่มใจเสียแต่ก็ไม่กล้าจะบ่นอะไร ได้แต่ภาวนา ระยะทางก็ไกลต้องนั่งเรือไปเกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะถึงเกาะ  ถึงเกาะแล้วลงจากเรือได้ก็รู้สึกดีขึ้น เมื่อเก็บกระเป๋าเข้าที่พักแล้ว ตามกำหนดการพวกเราจะเดินทางไปเที่ยวน้ำตกคลองเจ้าต่อในตอนบ่าย แต่เจ้าของรีสอร์ทก็ให้ข้อมูลว่าการเดินทางต้องใช้เวลานาน การเที่ยวน้ำตกตอนเย็นจะไม่เหมาะ ถ้าไปทางรถก็จะต้องเดินไกลมาก ไปทางเรือจะสะดวกกว่า วันนี้ให้พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้หลังจากไปดำน้ำกลับมาแล้วค่อยไป มีเวลาเยอะขึ้น จะเหมาะกว่า ด้วยเหตุผลมากมาย พวกเราก็ตกลงตามนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ทานอาหารเช้ากัน พวกเราหลายคนรวมทั้งดิฉันด้วยก็เริ่มบ่นเรื่องเรือที่มาว่าลำเล็ก ไม่ปลอดภัย อยากให้ทางรีสอร์ทเพิ่มเรืออีกลำตอนขากลับ  เจ้าของรีสอร์ทก็เริ่มพูดเรื่องการไปดำน้ำของเช้านี้ พยายามให้ข้อมูลเพื่อโน้มน้าวพวกเราว่าถ้าไม่ดำน้ำก็อย่าไป อากาศร้อน น่าเบื่อ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คนไปให้น้อยลง เรือก็จะได้มีที่ว่างมากขึ้นหน่อย ดิฉันไม่อยากไปอยู่แล้วถ้าสภาพเรือเป็นแบบนี้ ได้ผลพอควร มีหลายคนไม่ไปด้วย พวกเราหลายคนเล่นน้ำกันที่หน้ารีสอร์ท ประมาณเกือบเที่ยงกลุ่มที่ดำน้ำก็กลับมา ทานข้าวกลางวันกัน แล้วก็เตรียมตัวไปเล่นน้ำตกกันต่อ หลายคนไม่ยอมอาบน้ำ บางคนเตรียมเสื้อผ้า แชมพูสระผม กะเล่นน้ำเต็มที่ รออยู่พักใหญ่ จากที่คิดว่าจะไปทางเรือ กลายเป็นเช่ารถสองแถวให้พวกเราไปแทน นั่งรถไปประมาณ 20 นาทีก็ถึง เดินเข้าไปอีกประมาณ 100-200 เมตร พบแต่ทางที่แห้งแล้ง พวกเราสังหอนใจว่าจะไม่มีน้ำ เดินไปจนสุดทาง เจอแอ่งน้ำที่ขังมานานแล้ว คือน้ำตกที่แห้งมานานแล้ว น่าสงสารเพื่อนที่เตรียมจะมาอาบน้ำกันที่นี่ แสดงว่าเจ้าของรีสอร์ทรู้อยู่แล้วว่าเป็นแบบนี้ จึงไม่ได้ให้พวกเรามาเมื่อวานนี้ แต่ก็ไม่ยอมบอก เย็นวันนั้นก็เป็นคืนสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับ หลังทานอาหารเย็นได้สักพัก ไฟก็ดับ ประมาณว่าเครื่องปั่นไฟทำงานหนัก และแล้ว ก็ดับ ๆ ติด ๆ ทุก 5 นาที เป็นแบบนี้ทั้งคืน ทุกครั้งที่ไฟติด เครื่องปรับอากาศก็ทำงานเสียงดังมาก ครั้นจะปิดเครื่องปรับอากาศนอน อากาศก็ร้อน ทนไม่ไหวอีก เป็นอันว่า ต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ทั้งคืน ตื่นเช้ามาทุกคนบ่นเหมือนกัน คือไม่ได้นอนทั้งคืน ในที่สุดเราก็ได้กลับบ้าน สิ่งที่กังวลใจก็คือ เรือที่จะกลับ เจ้าของรีสอร์ทเพิ่มเรือให้เราอีก1 ลำ แต่ก็เป็นเรือเก่าลำเล็ก แค่ขนกระเป๋า ไม่ช่วยอะไร แถม เรือที่ดิฉันนั่ง ยังขนเครื่องนอนที่จะซักอีก 3 ถุงใหญ่ใส่ลงมาให้อีก ออกเรือมาได้ 5 นาที เครื่องก็ดับ แก้ไขอยู่พักใหญ่ เด็กลูกเรือเล่าว่าเคยแย่กว่านี้ คือ เรือไปเสียกลางทะเล เรือเก่าแล้ว แม้เราจะขอให้เปลี่ยนลำใหม่มารับ ก็ไม่มี มีแค่นี้แหละ ในที่สุดพวกเราก็ได้ขึ้นฝั่ง เป็นการเที่ยวที่แย่ที่สุดที่เคยไปมา พวกเราวิเคราะห์กันว่า รีสอร์ทนี้คงจะไม่ค่อยมีใครเดินทางไปพัก สภาพทุกอย่างจึงแย่ กลอนประตูห้องนอนก็หลุด ล็อกไม่ได้ ห้องน้ำมีน้ำอุ่นแค่บางห้อง ที่เหลือคงจะเสีย เลยถอดออก คงเหลือแต่เบรกเกอร์ทิ้งไว้ให้เห็น พวกเราคงเป็นกลุ่มที่หลงเข้าไป หากมีใครจะเดินทางไปเที่ยวเกาะกูด ก็ตรวจสอบเรื่องเรือ และที่พักให้ดี จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาอย่างพวกเรา

This slideshow requires JavaScript.

อีกประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะเป็นเทศกาลสงกรานต์ เรามีวันหยุดยาวถึง 5 วัน แต่บางคนก็ได้หยุดต่อไปอีก เริ่มทำงานอีกทีในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน หลาย ๆ คนคงจะมีโปรแกรมเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ  แต่อีกหลาย ๆ คน ก็ไม่ต้องการไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวคงพักผ่อนอยู่กับบ้าน

หากเหงา ๆ อยู่ที่กรุงเทพ ฯ ดิฉันขอแนะนำร้านอาหาร ในกรุงเทพ ฯ นี่เอง เผื่ออยากขับรถออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ร้านอาหารนี้อยู่บนถนนกาญจนาภิเษก บริเวณแยกต่างระดับฉิมพลี เขตตลิ่งชัน ชื่อ “ร้านอาหารบ้านใจรัก”  อาหารอร่อย ราคาถูก และที่สำคัญที่สุดคือ สะอาด ที่จอดรถกว้างขวาง บรรยากาศในร้านเป็นกันเอง หากใครชอบฟังเสียงเพลงเพราะ ๆ ก็ต้องไปวันศุกร์ หรือวันเสาร์ ทางร้านจะมีนักดนตรีมาเล่นเปียนโนให้ฟัง หรือท่านอยากแสดงความสามารถในการขับร้อง ก็ทำได้ ทางร้านจะมีไมค์ให้ เจ้าของร้าน ใจดีมาก ๆ ไม่ใช่ใคร คุณคมกฤษ ศรีมงคล หัวหน้าทัวร์ที่พาพวกเราไปผจญภัยที่นอร์เวย์นั่นเอง  สำหรับอาหารแนะนำ คือ หัวปลาต้มเผือก สลัดกุ้งกรอบ จัดอยู่ในกระทงทำด้วยเผือกทอด ลูกค้าหลายคนสั่งเฉพาะกระทงเผือกเพิ่ม เพราะกระทงอร่อย นอกจากนี้ยังมี ผัดไทเส้นมะละกอ ราดหน้าเย็นตาโฟ หรือใครจะชอบอาหารแนวอาหารฝรั่ง สเต็กก็รสชาติดี อาหารที่ร้านบ้านใจรักมีหลากหลายให้ท่านเลือกสั่งได้ ส่วนขนมหวานของร้านนี้ ขอแนะนำ เต้าฮวยฟรุตสลัด น้ำแข็งไสขนมปังน้ำแดง ส่วนราคาก็ถูกมาก สบาย ๆ กระเป๋าเหมาะกับภาวะเศรษฐกิจขณะนี้

การเดินทางสะดวก ขับรถมุ่งหน้าไปทางถนนบรมราชชนนี ถึงแยกต่างระดับฉิมพลี เลี้ยวเข้าถนนกาญจนาภิเษก ตรงไปบางใหญ่ ร้านอาหารจะอยู่ก่อนขึ้นสะพาน ร้านอาหารบ้านใจรักตั้งอยู่ที่ 136/28 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ฯ 10170 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 น. ถึง 23.00 น. ทุกวัน หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียด ได้ที่  02-885-0772

 map12

 

img_11

img_2

 p11

p2

p3

 

img_5

วัดไทยนอร์เวย์

เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2551) ดิฉันและเพื่อน ๆ รวมกัน 14 ชีวิต ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวประเทศนอร์เวย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น สว. (สูงวัย) ทั้งนั้น มีการวางโปรแกรมก่อนเดินทางบ้าง แต่ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามพวกเราก็ฝากความหวังไว้ที่คุณคมกฤษ ศรีมงคล หัวหน้าทัวร์

คุณคมกฤษ จัดการให้เกือบหมด ซึ่งจะมีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 1 ใบที่เป็นของส่วนกลาง ข้างในเต็มไปด้วยเครื่องครัวและเสบียง คุณคมกฤษแจ้งเราว่า ครั้งแรกตั้งใจจะพาพวกเราไปค้างที่วัด 1 คืน แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนเที่ยวบิน จึงเป็นแค่แวะทำบุญ และทานอาหารกลางวันกัน ดิฉันฟังแล้วก็อดวิตกไม่ได้ ถ้าจะต้องค้างที่วัด จะเป็นอย่างไร นึกถึงวัดที่บ้านเรา ก็ยังไม่เคยไปค้างเลย แล้ววัดต่างแดน จะลำบากแค่ไหน ที่ไหนได้ พอไปถึงวัด ทุกอย่างแตกต่างไปจากที่คิดวาดไว้หมด  ห้องน้ำทันสมัย สถานที่โอ่โถง ราวกับโรงแรม สามารถใช้เป็นที่ประชุมสัมมนาได้อย่างสบาย

พวกเราก็ได้เข้าไปถวายอาหารและสิ่งของที่เตรียมไปจากเมืองไทย ได้ฟังพระท่านเทศน์ หลังจากนั้น เราก็อาศัยข้าววัดกินกัน เพื่อน ๆ คนไทยที่นอร์เวย์ มาต้อนรับ ช่วยทำอาหารให้พวกเรา รู้สึกประทับใจ ในความมีน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเราก็ได้ร่วมสนทนากับท่านเจ้าอาวาส พระครูวิเทศธรรมวิทิต (พระสำรวจ กมโล) ดิฉันก็พอจะประติดประต่อได้ความว่า วัดไทยนอร์เวย์ สร้างขึ้นมาด้วยความสามัคคีของ “สมาคมชาวพุทธไทย” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา เผยแผ่พุทธศาสนาประเพณีวัฒนธรรมไทย และที่สำคัญคือเป็นศูนย์กลางของคนไทยในต่างแดน ซึ่งทางวัดมีสถานที่พักให้กับผู้เดินทาง โดยไม่จำกัดเพศ ศาสนา เชื้อชาติ

หากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยียน ทำบุญกัน วัดไทยนอร์เวย์ อยู่ที่  Trondheimsvegen 582  2016 Frogner, Norway . โทรศัพท์ +47 63820130 , +47 91746685 แฟกซ์ +47 63820131

p1050220

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!